อะโวคาโด ลดไขมัน ไม่ทำให้อ้วน

อะโวคาโด ลดไขมัน ไม่ทำให้อ้วน

 

          อะโวคาโด คือผลไม้ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมในแถบอเมริกาและยุโรป เพราะมีสารอาหารหลากหลายที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ หลายคนกลับไม่นิยม แถมติว่ารสไม่หวาน มีไขมันสูง กินแล้วอ้วน ผลไม้ชนิดนี้จึงถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย

ผลไม้ดีช่วยสลายไขมันใน 7 วัน

         อะโวคาโด เป็นแหล่งของกรดไขมันดี คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (Monounsaturated fatty acids) ถึง 70 % มีคุณสมบัติลดไขมันร้ายในหลอดเลือด เช่น แอลดีแอล-คอเลสเตอรอล และ ไตรกลีเซอไรด์ จึงช่วยป้องกันการสะสมของไขมันภายในหลอดเลือด และ ลดโอกาสเสี่ยงโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และหัวใจวาย ในอนาคต

ยืนยันได้จากรายงานในวารสาร Archives of medical research ศึกษาในผู้ที่มีระดับไขมันร้ายในหลอดเลือดสูง พบว่า หากเปลี่ยนมากินอาหารที่มีส่วนประกอบของ อะโวคาโด เป็นประจำทุกวัน ต่อเนื่องนาน 7 วัน สามารถช่วยให้ระดับไขมันคอเลสเตอรอลรวมลดลง 17 เปอร์เซ็นต์ แอลดีแอล-คอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ลดลงถึง 22 เปอร์เซ็นต์

กินอะโวคาโด ไม่อ้วน

         กระทรวงเกษตร ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ข้อมูลว่า อะโวคาโด เป็นผลไม้ที่มีไขมันสูง โดยมีปริมาณไขมัน 17.3 กรัมต่อน้ำหนักผล 100 กรัม ในขณะที่ผลไม้ชนิดอื่นมีไขมันน้อยมากหรือไม่มีไขมันเป็นส่วนประกอบ บ่อยครั้งจึงทำให้เกิดความแคลงใจที่จะกินผลไม้เพื่อสุขภาพชนิดนี้ขณะลดน้ำหนัก

เพื่อคลายความสงสัย นักวิจัยจาก North-West University วิทยาเขต Potchefstroom ประเทศแอฟริกาใต้ จึงค้นหาคำตอบ โดยจัดชุดอาหารลดน้ำหนักซึ่งมีสัดส่วนของไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนที่เหมือนกัน ให้กับผู้ทดลองทั้งสองกลุ่ม แตกต่างเพียงกลุ่มแรกมีแหล่งไขมันหลักมาจากอะโวคาโด ( กิน อะโวคาโด 1 ผลหนัก 200 กรัม ทุกวัน ทดแทนไขมันจากแหล่งอื่น) หลัง 6 สัปดาห์ พบว่า ทั้งสองกลุ่มมีน้ำหนักลดลงใกล้เคียงกัน สำหรับกลุ่มที่กิน อะโวคาโด ทุกวัน มีระดับไขมันร้ายในเลือดลดลงมากกว่าอย่างชัดเจน ฉะนั้นจึงสรุปว่า อะโวคาโด เป็นอาหารลดน้ำหนักได้ ไม่ทำให้อ้วน แถมขจัดไขมันร้ายเป็นผลพลอยได้อีกด้วย

เทคนิคบ่มให้สุกด้วย แอปเปิ้ล

ใครหาซื้อ อะโวคาโด สุกไม่ได้ กดแล้วแข็งไม่นิ่ม เรามีวิธีเร่งสุกแบบธรรมชาติมาฝากค่ะ
1. ใส่ผล อะโวคาโด ดิบลงในถุงกระดาษสีน้ำตาล พร้อมผลแอปเปิลสุกผ่าครึ่ง แก๊สเอทิลีนจากแอปเปิลจะช่วยเร่งให้ อะโวคาโด สุกเร็วขึ้น
2. เก็บที่อุณหภูมิห้องนาน 2 – 5 วัน ควรเก็บให้พ้นจากแสงแดด เพื่อให้อุณหภูมิคงที่
3. ทดสอบการสุกโดยกดที่ผิว หากแข็งควรบ่มต่อนาน 1 – 2 วัน หากกินไม่หมดสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน 2 สัปดาห์

        เติมไขมันดีจาก อะโวคาโด สู่ร่างกาย งดไขมันอันตรายจากของทอด เพิ่มผักใบเขียว และข้าวไม่ขัดสีเป็นประจำ เพียงเท่านี้ก็ได้อาหารลดไขมัน ลดอ้วนประสิทธิภาพสูงแล้วค่ะ

 ที่มาจาก นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 336