บ้านเดิมแต่ไฟใหม่?ทำอย่างไรให้แตกต่าง?

บ้านเดิมแต่ไฟใหม่?ทำอย่างไรให้แตกต่าง?

 

          ไม่รู้ว่าสำหรับหลายคนจะเป็นเหมือนกันหรือเปล่า แต่สำหรับทีม  เวลาเข้าเฟซบุ๊กทีไรก็มักจะเห็นคนแชร์คอนเทนต์ แชร์กระทู้รีโนเวทบ้านใหม่กันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งหลายๆ คนที่อยากจะรีโนเวทแต่ว่ากำลังทรัพย์ยังไปไม่ถึง เรามีวิธีง่ายๆ ที่ทำให้บ้านของคุณเปลี่ยนไปได้ โดยไม่ต้องทุบ สร้างใหม่ เพราะเรามีเคล็ดลับง่ายๆ เพียงแค่เปลี่ยนแสงไฟในบ้าน คุณก็อาจจะได้บ้านหลังใหม่ที่เปลี่ยนไปแบบพริบตา

 

STEP 1: เริ่มต้นสำรวจแสงไฟเดิมของบ้านในแต่ละห้องก่อน
          ก่อนที่จะเริ่มลงมือปรับแสงไฟของบ้านใหม่ ก่อนอื่นก็ต้องสำรวจกันนิดหนึ่งว่าแสงไฟเดิมนั้นเป็นอย่างไรบ้าง
ตามหลักการของทิศทางไฟที่ใช้ไฟจาก 3 ทิศทางเป็นหลักคือไฟที่ให้ความสว่างกับไฟที่ให้ความสว่างเฉพาะ และไฟเสริมสร้างบรรยากาศที่ส่วนสร้างมิติให้กับห้องหรือไม่ เมื่อสำรวจข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้แล้ว เราก็สามารถวางแผนได้ง่ายขึ้น

 

           นอกจากนี้อย่าลืมสำรวจเรื่องของหลอดไฟ หลายๆ คนอาจจะลองเปลี่ยนจากประเภทไฟแบบเดิมที่เคยใช้ เช่นหลอดไฟฮาโลเจน หรือหลอดไส้มาใช้หลอดไฟ LED เราก็สามารถเทียบความสว่างง่ายๆ ได้จากเรื่องของการดูอุณหภูมิของแสงซึ่งมีค่าเป็นเคลวิน (K) โดยจำง่ายๆ ว่าเลขค่าที่น้อยก็จะได้แสงอุ่นกว่า และนอกจากนี้การติดตั้งถ้าเลือกการติดตั้งให้ไฟสามารถหรี่ขึ้นลงได้ก็จะเป็นการช่วยเสริมสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้สวยมีมิติ ดูดียิ่งขึ้น!

STEP 2: เรียนรู้เรื่องทิศทางการให้แสง
          นอกจากการเปลี่ยนหลอดและเลือกอุณหภูมิแสงที่ใช้แล้ว ทิศทางการให้แสงถือว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะเป็นตัวช่วยกำหนดความสว่างของห้อง และยังมีผลกับเรื่องบรรยากาศของห้องนั้นๆ โดยทิศทางของการวางไฟมี 2 แบบคือ

 

การให้แสงโดยตรง (Direct light)

          คือการให้แสงโดยตรงจากหลอดไฟหรือโคมไฟ ซึ่งจะให้ความสว่าง อย่างเต็มประสิทธิภาพ และให้การส่องสว่างที่ดี โดยห้องที่เหมาะกับการให้ไฟแบบนี้ก็คือห้องครัวหรือห้องทำงาน ที่ต้องการแสงสว่างที่มาก เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งไฟที่ส่องโดยตรงจะให้ความเข้มแสงมากจึงสว่างความรู้สึกที่กระฉับกระเฉงอีกด้วย

การให้แสงโดยอ้อม (Indirect light)

          โดยการให้แสงจากการสะท้อนจากพื้นที่ต่างๆ ก่อนลงบนพื้นที่ ซึ่งจะให้แสงที่นุ่มนวล สบายตา ทำให้เห็นพื้นที่ปริมาตรทั้งหมดในห้อง ซึ่งห้องที่ให้เหมาะกับแสงแบบนี้ก็คือห้องที่ใช้ในการพักผ่อนอย่างห้องนั่งเล่นหรือห้องนอน ซึ่งการให้แสงแบบนี้อาจเปลืองไฟกว่าปกติ เนื่องจากต้องใช้ไฟเยอะ แต่ให้ความสว่างน้อย แต่จะให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย

          นอกจากนี้ยังใช้ทิศทางการให้แสง ช่วยให้แสงมีน้ำหนักที่แตกต่างในแต่ละจุด เพื่อสร้างมิติให้กับห้องด้วย

STEP 3: เลือกไฟเพื่อช่วยชุบชีวิตให้กับห้อง

          ปัจจุบันหลอดไฟ LED ได้ถูกออกแบบมาให้มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกตามแบบและสไตล์การตกแต่งบ้าน ดังนั้นเรื่องของการให้แสงสว่างที่เป็นหน้าที่หลักแล้ว เรื่องของความสวยงามก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงเพื่อให้บ้านดูมีสีสันและดูมีชีวิตชีวามากขึ้น โดยสามารถใช้ไฟหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นโคมไฟ Down light โคมไฟระย้า โคมไฟราง สามารถนำเอามาผสมผสานกัน ให้ความสว่างทั้งและความสวยงามด้วย

          สำหรับใครที่เบื่อและอยากเปลี่ยนบรรยากาศให้บ้าน ก็ลองทำตามสเต็ปแบบนี้ เราเชื่อว่าแสงไฟจะสร้างอารมณ์ใหม่ให้บ้านได้แบบคุณเองก็ไม่น่าเชื่อ ว่าไงเพียงแค่ปลายนิ้วมือแบบนี้นี่เอง


ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Philips Lighting Thailand

ติดตามเทคนิคการเลือกหลอดไฟที่ชอบ แสงไฟที่ใช่ เพิ่มเติมที่ http://www.philips.co.th/


 

[ขอบคุณสำหรับข้อมูลจากฟิลิปส์]